ไข้หวัดใหญ่ 2009*

posted on 15 Jun 2009 14:20 by atomdogger in Talkative

 

ไข้หวัด 2009 คือ?

 

ไข้หวัดหมูเหรอ?

 

อาการ...

 

ก่อนเป็น



เข้าโรงบาล ...

 

 

 

พอเป็นแล้ว ...

 

 

กลายเป็นหมู เหรอ??

 

 

=___=" !! มันไม่ช่ายยยยยยยยยย แล้วมั่งงงงงงงงงงงงงงงงง !!

 

 

 

พักเรื่องล้อเล่นไว้ดีกว่า

(เอาหน้าเอาตาพร้อมหุ่นตัวเองมามขายชัดๆ 55)

 

ก็..ไม่รุ้จะอัพอะไรแหละ

 

พอดีอาทิตย์นี้ต้องว่างทั้งอาทิตย์(ไม่เชิงว่างยังไงงานก็เยอะ)

 สาเหตุมาจาก

 

โรงเรียนของเรานั้น มี เด็กติดเชี้อไข้หวัด 2009 นี้ไปแล้ว 1 คน

ตรวจพบแล้วว่าเป็นจริง

และ อีก ประมาณ 1 คนกำลังตรวจสอบ

อีก 10 กว่าคนอื่นผู้ต้องสงสัย..(ว่าจะเป็น.. )

 

 -_______-" ตูเป็นกะเขาด้วยป่าวฟ่ะ.. *

 ติดตามรายละเอียดนิดหน่อยได้ที่

http://blog.eduzones.com/webter/26079
 
 

 
คือ สรุปเป็นแล้วมันไม่ตาย [ถ้า]รักษาทัน .. ชิมิ ค่ะ?(อ่านผิดป่าววะ 55 )
 
แล้วหมูก็ไม่ได้เกี่ยวด้วยชิมิค่ะ ฮร่า ๆ *
 
งุงิ...
 
 
 และนี้ก็คือสิ่งที่ก๊อบเขามาทั้งดุ้น *
 
 
 
  27 เม.ย. ที่ผ่านมาสำนักข่าวต่างประเทศต่างพากันรายงานว่าที่กรุงเม็กซิโก ซิตี เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก ได้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ คือ ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ H1N1 หรือที่เรียกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งหลังจากที่ได้แพร่ระบาดเข้าสู่สหรัฐอเมริการและแคนนาดาแล้ว จึงได้กระจายไปสู่ภูมิภาคอื่นทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

        โดย องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้เพิ่มระดับเตือนภัยการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้เป็นระดับ 5 ซึ่งเป็นขั้นที่ตรวจพบว่ามีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนในอย่างน้อย 2 ประเทศในภูมิภาคเดียวกัน หรือการติดเชื้อข้ามประเทศ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา

        ล่า สุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 52 องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 หรือระดับสูงสุดแล้ว เนื่องจากเริ่มต้นแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว อีกทั้งยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ยุโรป อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย เอเชีย และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปีที่มีการประกาศเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ระบาดกว้างขวางทั่วโลก

        นอกจากนี้องค์การอนามัยยังประกาศให้เรียกชื่อโรคนี้อย่างเป็นทางการว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดA H1N1 แทนการเรียกว่า ไข้หวัดหมู

        เช่นเดียวกับที่ก่อนหน้านี้สหรัฐ เรียกไข้หวัดสายพันธุ์ดังกล่าวว่า ไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1 เพื่อแก้ความเข้าใจผิดที่ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้เกิดจากหมู

 h1n1_flu_

รู้จักกับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ของโลก

 

         ดร.แนนซี่ ค็อกซ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยไข้หวัดใหญ่ ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ กล่าวว่า ไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ชนิด A H1N1 นี้ มีลักษณะพันธุกรรมหรือยีน ที่ประกอบด้วยเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์รวมอยู่ด้วยกัน ได้แก่ เชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ เชื้อไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และ เชื้อไข้หวัดหมูที่พบบ่อยในทวีปยุโรปและเอเชีย

          โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เชื้อไข้หวัดพันธุ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือ Antigenetic Shift โดยมีหมูที่เป็นพาหะนำโรค โดยการถูกเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดใหญ่ เข้าไปอยู่ในตัว ต่อมาเซลล์ในตัวหมูถูกไวรัสตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปโจมตี ทำให้หน่วยพันธุกรรมไวรัสดังกล่าวผสมปนเปกันระหว่างการแบ่งตัว กลายเป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ขึ้นมา

           ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่า นายเอเดรียน กิบส์ ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัยพัฒนายาต้านไวรัส ทามิฟลู ของบริษัทโรช และเป็นผู้ศึกษาวิวัฒนาการของเชื้อโรคมาเป็นเวลานานถึง 40 ปี เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์รายแรกๆที่วิเคราะห์ส่วนประกอบทางด้านพันธุกรรม เปิดเผยว่า เขาตั้งใจที่จะตีพิมพ์รายงานที่มีข้อมูลบ่งชี้ว่า ไวรัส สายพันธุ์ใหม่นี้อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ จากไข่ที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เพาะไวรัสและบริษัทยาได้นำไปใช้เพื่อผลิตวัคซีน ก็เป็นได้

          โดย นายกิบส์กล่าวว่า การชี้เบาะแสของต้นตอไวรัสอาจจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจไวรัสสาย พันธุ์ใหม่ได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของการแพร่เชื้อและสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลกอยู่ในระหว่างการพิจารณารายงานฉบับนี้

 

pig-flu3

หมูไม่เกี่ยว

          น.พ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดใหม่นี้ว่า  แม้จะมีเชื้อตั้งต้นมาจากหมู แต่ระยะแพร่ระบาดคือ ติดต่อจากคนสู่คน ดังนั้นการบริโภคผลิตภัณฑ์จากหมูไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

          ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกับ “ไข้หวัดนก” ที่เคยแพร่ระบาดในอดีต ซึ่งเป็นเชื้อที่ติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คนได้นั้น จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ มีอัตราเสียชีวิตร้อยละ 5-7 ซึ่งถือว่ายังน้อยกว่าอัตราของผู้เสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก

 

3471986083_2ec67af51e

 อันตรายของไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009

1.ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตัวนี้

2.เป็นไวรัสที่ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว

3.ผู้ ที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอได้แก่ เด็ก คนชรา และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคภูมิแพ้ เป็นต้น มีโอกาสที่จะป่วยหนักและอาจจะเสียชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

4.เมื่อ เกิดการระบาดอย่างกว้างขว้างในประเทศ นอกจากจะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะสถานที่มีกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น โรงเรียน โรงงาน โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า เป็นต้น ข้อควรระวังเด็กเล็กที่มีผู้ปกครองอาจได้รับทราบอาการป่วยช้า เนื่องจากเด็กไม่ได้บอกให้ทราบ

- ปัจจุบันมี เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่จำนวนมากในโลกและมีวัคซีนที่สามารถฉีดยา ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยแต่ละปีวัคซีนที่นำมาใช้เป็นไปตามเชื้อไวรัสที่น่าจะมีผลกระทบมากในปี นั้นๆ

- สำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นไวรัสใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเกิด ซึ่งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

- ที่ผ่านมาผู้ที่ได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จะมีความรุนแรงต่อร่างกายน้อย น.พ. Belinda Ostrowsky จากศูนย์การแพทย์ Montefiore นิวยอร์ค กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดชนิดนี้ เพียงเล็กน้อยในสหรัฐฯ หากเทียบกับยอดผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดตามฤดูกาลประมาณ 2,000 คน จากทุกปี

- อาการของ ผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จะมีอาการใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นตามปกติ โดยถ้าผู้ป่วยมีร่างกายที่แข็งแรงจะทุเลาภายใน 5-7 วัน ภายหลังจากรับประทานยาตามอาการ แต่ถ้าผู้ป่วยมีภูมิต้านทานอ่อนแอ จะมีผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าคนธรรมดาโดยเฉพาะถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทัน เวลา ดังนั้นดีที่สุดผู้ป่วยควรไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ(เมื่อรู้สึกเป็นไข้ภายใน 2 วัน) เมื่อแพทย์ตรวจสอบแล้วพบว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จะได้รับประทานยาที่ใช้รักษาโรคโดยตรงคือ ยาทามิฟูล หรือ ซานามิเวียร์ จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว